7 เทคโนโลยี จากวันวานสู่วันนี้

ทุกวันนี้เทคโนโลยีต่างๆ ล้วนพัฒนาไปเร็วมากจนบางคนอาจตามกันไม่ทันเสียด้วยซ้ำ วันนี้จึงขอชวนทุกคนมาระลึกความหลังกับ 7 เทคโนโลยีจากวันวานสู่วันนี้ ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนกันนะ ส่วนใครที่เกิดไม่ทันก็จะได้รู้ไปพร้อมๆ กันเลย 1.โทรศัพท์มือถือ ยังจำมือถือไซส์กระติกน้ำกันได้ไหม หลังจากนั้นผู้ผลิตก็เริ่มพัฒนาให้ขนาดมันเล็กลงจนพกพาได้สะดวกมากขึ้นและเล็กลงเรื่อยๆ รวมทั้งพัฒนาจอขาว-ดำให้เป็นหน้าจอสี แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่ยุคสมาร์ทโฟนก็เริ่มพัฒนาให้หน้าจอใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แถมยังใช้แอปพลิเคชันและเล่นเน็ตได้อีกต่างหาก จนถึงขนาดที่ปัจจุบันสามารถทำธุรกรรมบนมือถือได้แล้ว 2.โทรทัศน์ จากจอแก้วขาวดำที่ถูกพัฒนาให้เป็นโทรทัศน์สี ตามด้วยจอแบน จนกระทั่งจอ LCD/LED ในปัจจุบัน พร้อมทั้งพัฒนาให้มีขนาด หน้าจอและความละเอียดที่มากขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งจอ 3D และใช้อินเทอร์เน็ตได้ หรือแม้กระทั่งแอปพลิเคชันก็ยังใช้ได้ จนปัจจุบันยังสามารถเชื่อมต่อกับทั้งโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้ ทำให้สะดวกสบายมากขึ้นอีก 3.สื่อบันทึกข้อมูลด้านบันเทิง สมัยก่อนสื่อบันทึกข้อมูล เช่น ภาพยนตร์หรือเพลงจะบันทึกลงในม้วนเทป แต่เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิตอลก็ถูก เปลี่ยนเป็นแผ่น Optical Disc

เทคโนโลยีอวกาศ

อวกาศ คือ อาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ที่อยู่เลยชั้นบรรยากาศของโลกออกไป ไม่อาจจะกำหนดถึงขอบเขตได้อย่างชัดเจน โดยธรรมดาอวกาศเป็นที่ว่างเปล่า มีความหนาแน่นน้อย การศึกษาเล่าเรียนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอวกาศจึงควรใช้ความสามารถ อุปกรณ์ แล้วก็กลเม็ดทางด้านวิทยาศาสตร์มาปรับใช้ประยุกต์ให้กำเนิดผลดี เทคโนโลยีอวกาศ เช่น 1.จรวด เป็นเครื่องจักรพลังสูงซึ่งสามารถเพิ่มความเร็วจนสามารถส่งดาวเทียมหรือยานอวกาศออกไปโคจร รอบโลก ได้ ถ้าเกิดความเร็วของจรวดไม่สูงมากพอหัวจรวดจะตกกลับมายังผิวโลกคล้ายๆการเคลื่อนที่ของกระสุนปืน 2.ดาวเทียม ดาวเทียมคือวัตถุที่มนุษย์ส่งขึ้นไปหมุนรอบโลก แปลมาจากคำว่าSatellite ซึ่งธรรมดามีความหมายว่าดาวบริวาร ดาวเทียมดวงแรกที่ขึ้นไปหมุนรอบโลกเป็นสปุตนิค 1 ซึ่งเป็นดาวเทียมของประเทศโซเวียตรัสเซีย ส่งขึ้นไปเมื่อ 4 ต.ค. พุทธศักราช 2500 และก็ดาวเทียมดวงแรกของสหรัฐอเมริกาคือเอ็กพลอเรอร์ 1 ซึ่งขึ้นไปช่วงวันที่ 31 เดือนมกราคม พุทธศักราช 2501 เดี๋ยวนี้มีดาวเทียมหลายหมวดหมู่แล้วก็ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆกัน ได้แก่

การใช้คุณประโยชน์จาก เทคโนโลยีชีวภาพ

1. เทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อการเกษตรเป็นการพัฒนาและก็ปรับปรุงแก้ไขพืชพันธุ์ โดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเซลล์พืช การตัดแต่งยีน เช่น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อแพร่พันธุ์กล้วยไม้ การตัดแต่งยีนเพื่อการพัฒนาพืชพันธุ์ต่อต้านต่อศัตรูพืชหรือโรคพืช การพัฒนาผลไม้ให้สุกงอมช้า 2. เทคโนโลยีชีวภาพ เพื่ออุตสาหกรรมของกินหมายถึงการเพิ่มค่าผลิตผลของอาหาร ดังเช่นว่า การลดปริมาณโคเลสเตอรอลในไข่แดง กระบวนการทำให้วัวรวมทั้งหมูเพิ่มปริมาณเนื้อ 3. เทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อสิ่งแวดล้อม คือ การลดการใช้สารเคมีที่ได้ผลสำเร็จเสียต่อสภาพแวดล้อม ดังเช่น การนำของเสียจากสิ่งมีชีวิตไปทำปุ๋ยหรือการสร้างปุ๋ยชีวภาพจากสารอินทรีย์ การใช้จุลอินทรีย์ในการกำจัดขยะหรือน้ำเสีย 4.เทคโนโลยีชีวภาพ ด้าน เทคโนโลยีการแพทย์เพื่อสุขภาพ ดังเช่น การสร้างวัคซีนคุ้มครองโรค การสร้างโมโนโคลนอลแอนติบอดีเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคและก็การเยียวยารักษา การใช้เทคโนโลยีดีเอ็นเอตรวจดูความแปลกทางพันธุกรรมหรือโรคทางพันธุกรรมต่างๆการสร้างยาจากสินค้าจากสิ่งมีชีวิต

เทคโนโลยีที่น่าสนใจปี 2018

เทรนด์เทคโนโนโลยีในปี 2018 ยังคงมีออกมาให้ได้ชมกันเรื่อยๆ เรามาดูกันว่าเทคโนโลยีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจให้คุณได้ลองสัมผัสกัน 1.ระบบสแกนนิ้วมือในหน้าจอ การนำระบบสแกนนิ้วมือไปใส่ในหน้าจอมือถือนั้นได้รับกระแสตอบรับดีมาก ซึ่งผู้ใช้เทคโนโลยีนี้รายแรกคือ Vivo นั่นเอง โดยการใช้เทคโนโลยี Clear ID FS9500 chip ฝังเข้าไปในหน้าจอ AMOLED เป็นการช่วยให้อ่านลายนิ้วมืออย่างแม่นยำ 2.มือถือที่พับหน้าจอได้ เมื่อได้มีการโปรโมทมือถือรุ่นแรกที่สามารถพับหน้าจอได้และขายจริงออกมาอย่าง ZTE AXON M ซึ่งทำให้คนชอบเทคโนโลยีหน้าจอใหญ่ตื่นตัวกับมือถือแบบนี้ และ Samsung อาจจะพัฒนามือถือจอพับได้ออกมาในปลายปี 2018 ซึ่งมีชื่อว่า Galaxy W 3.Apple กับการพัฒนาอุปกรณ์ AR ครั้งแรก ที่ผ่านมานั้น Apple เริ่มให้ความสนใจเทคโนโลยี

Samsung จัดเตรียมเปิดตัว Galaxy Note 9 เดือน สิงหาคมนี้

ถึงแม้ว่ายังไม่ถึงช่วงที่จะมีการทยอยเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นเรือธงของปี 2018 ของค่ายต่างๆแต่ก็เริ่มมีรายงานถึงเวลาการเปิดตัวกันบ้างแล้ว โดย Bloomberg รายงานว่า Samsung Galaxy Note 9 จะเปิดตัวในเดือน 9 ส.ค.นี้ ซึ่งเร็วกว่าตอนที่ Note 8 เคยเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยตามรายงานดังที่กล่าวมาแล้วระบุว่า Samsung ตั้งอกตั้งใจเปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นนี้ให้ได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม หากข่าวสารนี้เป็นความจริง จะมีผลให้ Samsung มีโอกาสวางขายโทรศัพท์มือถือรุ่นของปีนี้ได้เร็วกว่า iPhone รุ่นที่จะเปิดตัวในปีนี้ ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา Note 8 ได้รับการวางขายหลังการเปิดตัวของ iPhone 8 และก็ iPhone X ซึ่งทำให้ยอดจำหน่าย Note

เทคโนโลยีใหม่เพื่อสมาร์ทโฟนแห่งอนาคต โทรศัพท์ไร้แบตเตอรี่

โทรศัพท์มือถือไร้แบตเตอรี่ คือผลงานของนักวิจัยที่ University of Washington วิทยาเขต Seattle ซึ่งใช้งานได้จริง แต่ยังอยู่ในวงจำกัด คือทดลองใช้กันในกลุ่มนักวิจัยกลุ่มนี้เท่านั้น ซึ่งคาดว่าหากใช้งานได้ดีจริงก็อาจมีการผลิตทางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างเป็นเรื่องเป็นราว โทรศัพท์มือถือแบบใหม่นี้ใช้วิธีกักเก็บพลังงานจากสัญญาณวิทยุ หรือที่รู้จักกันว่าคลื่นความถี่วิทยุ ซึ่งอยู่รอบๆ ตัวเรา และส่งผ่านเสาส่งสัญญาณคลื่น FM AM คลื่นโทรทัศน์ ตลอดจนเสาสัญญาณโทรศัพท์ สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ‘โทรศัพท์มือถือไร้แบตเตอรี่’ ที่ว่านี้ คือเทคโนโลยีต้นแบบที่ใช้หลักการทำงานง่ายๆ โดยดูภายนอกคล้ายกับแผงวงจรไฟฟ้า ผู้ใช้ต้องสวมใส่หูฟังและมีปุ่มกดสลับเวลาพูดและเวลาฟังอีกฝ่ายหนึ่งโต้ตอบกลับมา นักวิจัยกลุ่มนี้บอกว่ามีแผนจะพัฒนาโทรศัพท์ต้นแบบนี้ให้ทันสมัยและมีลูกเล่นเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงการติดตั้งหน้าจอแบบใช้พลังงานต่ำ และกล้องถ่ายรูปแบบง่ายๆ นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาโทรศัพท์มือถือไร้แบตเตอรี่ที่ติดตั้งแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดจิ๋วเอาไว้เป็นแหล่งพลังงานด้วย นักวิจัยตั้งเป้าไว้ว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ในอีก 8 – 9 เดือนข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะส่งผลสะเทือนต่อวงการโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันไม่มากก็น้อย โดยหนึ่งในนักวิจัยกลุ่มนี้คาดหวังว่า

เทรนด์เทคโนโลยี เปลี่ยนยุคธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่

วิถีชีวิตของเทคโนโลยีเริ่มมีบทบาทต่อผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความก้าวหน้า รวดเร็ว และเที่ยงตรง ทำให้เทคโลยีที่มีหลากหลายเริ่มเป็นที่น่าจับตามมองที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมและธุรกิจในอนาคต ผลการสำรวจผลจาก Tech Breakthroughs Megatrend ซึ่งทำการสำรวจรูปแบบเทคโนโลยีกว่า 150 แบบทั่วโลกจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา เพื่อค้นหาเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทในการพลิกโลกเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอนาคตอีก 3-7 ปีข้างหน้า อันดับ 1 ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) Aiเรียกง่ายๆก็คือคอมพิวเตอร์ที่สามารถคิดและวิเคราะห์สิ่งต่างๆด้วยเหตุและผล จนสามารถตอบโต้การสนทนาได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนั้นยังสามารถเรียนรู้และจดจำสิ่งที่ผ่านมาเป็นบทเรียนได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ถูกแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบเพราะการนำไปใช้งานของแต่ละองค์กรนั้นแตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่าการบริการที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นเป็นเพียงบางส่วนของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เท่านั้น แต่ในอนาคต ความก้าวหน้าและผลสำเร็จของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะช่วยให้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของโลกอินเทอร์เน็ตถูกนำมาใช้ประโยชน์มากกว่าในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังสามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้ทุกเรื่องจากการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งมนุษย์ไม่มีวันทำได้ แต่ถึงกระนั้นความกังวลใจเกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์เองได้อย่างอิสระของปัญญาประดิษฐ์ก็ถูกมองว่าอาจจะเป็นภัยต่อมนุษย์ เพราะกรอบจริยธรรม ความคิด หรือแม้กระทั่งการตอบสนองจะต้องถูกควบคุมอย่างดี เพื่อให้ปลอดภัยกับมนุษย์มากที่สุด

เทคโนโลยีชาวบ้าน

ไทยเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์กระจายอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ เทคโนโลยีชาวบ้าน เป็นหนังสือรายปักษ์ที่นำเสนอเรื่องราวของชาวบ้านที่ทำการเกษตร ให้ชาวบ้านนำเสนอวิธีการทำมาหากินในอาชีพการเกษตรสู่การรับรู้ของผู้อ่านที่เป็นชาวบ้านและสนใจในอาชีพการเกษตร เพื่อยืนยันว่าอาชีพการเกษตรนั้น สามารถเลี้ยงชีพชอบได้ สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างดี โดยใช้กระบวนการทั้งการคิด การดำเนินการ ใช้เทคโนโลยีเบื้องต้นระดับชาวบ้าน ที่ได้มาจากการคิดค้นของชาวบ้านมาประกอบด้วย ไม่ต้องใช้เงินทุนสูงมากนัก อาชีพการเกษตรเป็นอาชีพที่มั่นคง และสามารถประกอบการได้ด้วยกระบวนการที่ไม่ยุ่งยาก ด้วยต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งเทคโนโลยีชาวบ้านได้พิสูยน์ความจริงที่ว่านี้มาตลอด ระยะเวลา 17 ปี ผ่านมา ในรอบปี 2547 เทคโนโลยีชาวบ้านก็ได้นำเสนอเรื่องราวข่าวสารและความก้าวหน้า ความสำเร็จในแวดวงอาชีพเกษตรกร นำเสนอผลงานและตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพการเกษตรมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด เพื่อส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นในการประกอบอาชีพดังกล่าวนี้ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่แต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดจัดรายการพิเศษการเพราะปลูก การเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดต่างๆ ให้เห็นถึงสภาพการทำงานหากินโดยรวม โดยเฉพาะจุดเด่นๆหรือความสำเร็จที่ชัดเจนในแต่ละจังหวัด ซึ่งในปี 2548

8 เทคโนโลยีวันหน้าในรถยนต์ใกล้ตัวคุณ

เมื่อพูดถึงรถยนต์ที่เราใช้ขณะนี้ เราต่างคงพอจะรู้สึกได้ว่า รถยนต์ที่พวกเราใช้ล้วนมีความล้ำยุคเป็นอย่างมากในตอนนี้ แต่ว่าสมัยหน้ารถยนต์ที่อยู่ข้างกายพวกเราบางทีอาจจจะทันสมัยมากยิ่งกว่าเดี๋ยวนี้ แล้วก็ 8 เทคโนโลยีต่อแต่นี้ไปบางครั้งก็อาจจะมาตอบปัญหาคุณในอนาคต 1. ระบบขับอัตโนมัติ เชื่อเลยว่าคนจำนวนไม่น้อยอาจจะเริ่มเบื่อการขับรถยนต์ พบการจราจรสุดโหด ในขณะที่เหนื่อยจากการทำงาน แต่ว่าต่อไปนี้เจ้ารถยนต์ที่รักคุณอาจจะเป็นเพื่อนที่แสนดีสำหรับในการขับรถ มันจะพาคุณกลับไปอยู่ที่บ้าน โดยที่คุณอาจจะพล้อยหลับไปได้ในระหว่างการเดินทาง 2.ระบบช่วยเหลือทันทีทันควัน ระบบนี้ต่างแดนเรียกว่า Driver Override System มันเป็นระบบที่จะเข้ามาช่วยเหลือในการขับรถเมื่อรถยนต์ ตรวจเจอว่าคุณกำลังทำผิดพลาด เมื่อมันตรวจเจอ รถยนต์จะตัดคุณออกมาจากการควบคุม แล้วก็ปรับแก้ตนเอง ระบบนี้มีรายงานว่าจะเบรกเองอัตโนมัติเต็มแรง แม้ว่าคุณจะเหยียบเบรกจนติดพื้นแล้ว เพื่อปกป้องรักษาตัวมันเองจากอุบัติเหตุ.. ว้าว!! 3. ระบบจดจำชีวภาพบุคคล ตอนนี้มั่นใจว่าคนจำนวนไม่น้อยคงจะรู้จักดีกับเทคโนโลยีจำอัตลักษณ์ชีวภาพบุคคล อีกทั้งจากโทรศัพท์แล้วก็การทำงานของหลายๆคน รถยนต์สมัยต่อไปก็เช่นเดียวกัน พวกมันจะจดจำคุณจากอัตลักษณ์ส่วนบุคคลเอาไว้ บางทีก็อาจจะไม่ใช่เพียงแค่ลายพิมพ์นิ้วมือ แต่บางครั้งก็อาจจะรวมถึงสภาพกระจกตาคุณ

5 เทรนด์เทคโนโลยี ที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของเราในปี 2018

เทคโนโลยี จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตพวกเราได้เช่นไร ไม่ว่าจะเป็นด้านการติดต่อสื่อสาร การมีความสัมพันธ์ความเชื่อ การหาข้อมูลสำหรับซื้อ-ขายของ และสร้างประสบการณ์สมจริงสมจังให้ตนเอง ซึ่งสิ่งพวกนี้ทำให้อีกทั้งฝั่งแบรนด์รวมทั้งลูกค้าต่างจำต้องปรับนิสัยแนวความคิดรวมทั้งการใช้ชีวิตกันเป็นการใหญ่ 1.ทำทุกๆสิ่งทุกๆอย่างด้วยตัวเอง (From Human Touch to Human Less) ด้วยเหตุว่าการลดต้นทุน ปัญหาตลาดแรงงาน แล้วก็การทำงานที่มีคุณภาพ ทำให้หลายบริษัทหันมาใช้เทคโนโลยีสำหรับเพื่อการทำงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ แอปลิเคชั่น รวมทั้งโดรน เป็นต้น ทำให้คนซื้อไม่จำเป็นที่จะต้องพบบุคลากรที่ให้บริการ รวมทั้งสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตั้งแต่ต้นจนถึงจบ ดังเช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศญี่ปุ่นที่ไม่มีบุคลากร ได้ใช้เทคโนโลยีสำหรับเพื่อการสแกนผลิตภัณฑ์ เก็บตังค์ รวมทั้งนำของใส่ถุงให้ลูกค้าอัตโนมัติหรือ ท่าอากาศยานประเทศสิงคโปร์ Terminal T4 ที่ไม่ใช้บุคลากรดำเนินการแล้ว ผู้โดยสารทำเองหมด ตั้งแต่โหลดกระเป๋าใหญ่เพื่อใส่ท้องเครื่อง สแกนหนังสือเดินทาง เอ็กซ์เรย์กระเป๋าประจำตัว