อาหารที่ควรทานระหว่างมีประจำเดือน

เรื่องประจำเดือนกับผู้หญิงนั้นเป็นของคู่กันและหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะจะต้องเป็นทุกเดือนเป็นการถ่ายเลือดเสียออกจากร่างกาย และในระหว่างที่ผู้หญิงเป็นประจำเดือนนี้จะไม่ค่อยสบายตัวมีอาการมากมายหลายอย่างที่ทำให้อารมณ์แปรปรวน เช่น ปวดท้อง ปวดศรีษะ ปวดหลัง อึดอัด เป็นสิว ท้องอืด ท้องเฟ้อ ในช่วงนี้จะมีอารมณ์ขี้หงุดหงิด แปรปรวน อารมณ์ขึ้นๆลง ซึ่งคนที่อยู่ใกล้อาจจะโดนเหวี่ยงวีนได้ง่าย แต่อาการเหล่านี้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และปัจจัยที่สำคัญข้อหนึ่งคือการรับประทานอาหาร ดังนั้นเราควรเลือกอาหารที่ควรรับประทานระหว่างมีประจำเดือนดังนี้
1.น้ำ ก็คือน้ำเปล่าที่เราดื่มระหว่างวันกันนี่แหละ การดื่มน้ำถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีในเรื่องของอาการบวมน้ำ รวมถึงการเติมน้ำให้ร่างกายเพื่อชดเชยการสูญเสียเลือดในช่วงที่มีประจำเดือน ดังนั้นควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 6 – 8 แก้วต่อวัน
2.ผัก ผลไม้เส้นใยสูง ผลไม้ที่อยากแนะนำให้ทานในช่วงที่มีประจำเดือนคือ แอปเปิ้ล องุ่น กล้วย ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ในผลไม้พวกนี้จะมีวิตามินซีและน้ำตาลจากธรรมชาติ มีผลทำให้เราผ่อนคลาย อารมณ์ดีไม่หงุดหงิดง่ายอีกทั้งลดอาการปวดเกร็งตามร่างกาย และยังช่วยลดอาการฮอร์โมนแปรปรวนทำให้ลดอาการปวดท้องได้ดียิ่งขึ้น
3.ช็อกโกแลต จะช่วยลดอาการปวดประจำเดือนเพราะมีสารอาหารแมกนีเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งถือว่าเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในระหว่างการมีประจำเดือน
4.น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง เป็นของที่หาทานได้ง่ายประโยชน์ของนมถั่วเหลืองคือจะช่วยลดอาการปวดประจำเดือนเพราะในน้ำเต้าหู้มีสารไฟโตเอสโตเจนซึ่งมีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศหญิง จึงช่วยลดและบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน
5.ผักใบเขียวเข้ม ขอแนะนำเป็นพวก ผักคะน้า กวงตุ้ง สาหร่าย ตำลึง ผักโขม ในผักพวกนี้จะมีธาตุเหล็ก วิตามินบี 6 บี 12 กรด วิตามินบีรวม กรดโฟลิก มีส่วนสำคัญต่อการสร้างเลือดสูงเนื่องจากช่วงที่มีประจำเดือนเราสูญเสียเลือด เราจึงต้องหาสารอาหารพวกนี้มาช่วยบำรุงร่างกายของเรา และการทานผักใบเขียวยังช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายลดอาการท้องผูกได้ดียิ่งขึ้น
6.ไข่ เป็นอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง ควรทานในช่วงที่มีประจำเดือนเพราะได้ทั้งโปรตีนที่ดีจากไข่และสามารถประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ช่วยลดลมในกระเพาะลำไส้ลดอาการปวดท้อง
7.เนื้อปลา มีกรดอมิโนสูงเป็นสัตว์ประเภทไขมันต่ำและเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายโดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ในปลาชนิดนี้มีแหล่งโปรตีนที่มีคุณค่ามีกรดไขมันโอเมก้า 3 มีคุณสมบัติช่วยลดอาการบวมน้ำภายในร่างกาย รวมถึงลดอาการปวดเกร็งภายในช่องท้องซึ่งเกิดจากการบีบตัวของมดลูก และยังช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ
8.ข้าวและขนมปังไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ขนมปังโฮลวีต ของกินจำพวกนี้มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนทำให้ร่างกายค่อยๆสลายน้ำตาลได้อย่างช้าๆ ทำให้ระดับน้ำตาลคงที่ จึงช่วยลดอาการเหวี่ยงวีน ขี้หงุดหงิดลงได้