Author Archive

เทคโนโลยีที่ชาวไอทีควรรู้จัก

ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีได้ขยายวงกว้างเจริญเติบโตไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ที่อยู่ในแวดวงไอทีทุกระดับชั้นนั้นต้องคอยติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆให้ทันอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าในบางอย่างนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับตัวท่านเองโดยตรง ในวันนี้เราจะมาแนะนำ 5 เทคโนโลยีที่ชาวไอทีควรรู้จัก 1.Internet of Things(Iot) กำลังได้รับความนิยมเพราะในยุคนี้อุปกรณ์ต่างๆที่เราใช้ในบ้านหรือที่ทำงานสามารถใช้เชื่อมต่อเครือข่ายได้ เช่น ระบบรักษาความปลอดภัยในอาคารสำนักงาน กล้องวงจรปิด ทีวี ตู้เย็น เครื่องตรวจจับควัน ก็ใช้เชื่อมต่อกับเครือข่ายได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราจะเรียกรวมกันว่า Internet of Things (Iot) 2.Security ในปัจจุบันเรื่องความปลอดภัยถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่ชาวไอทีต้องตระหนักละทำความเข้าใจ และในขณะนี้มีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆมากมายอยู่ภายใต้ Data Center ขององค์กร เช่น Malware Protection , Email Security , Firewall ,

ปัญหาสุขภาพมีในทุกวัย

ในแต่ละวัยและพัฒนาการของคนเราจะแตกต่างกันออกไป ทั้งเรื่องสุขภาพและพัฒนาการทั้งหลาย และยิ่งในปัจจุบันสังคมไทยเป็นยุคที่ต้องดิ้นรน ต่อสู้ และทั้งยังมีการแข่งขันกันสูงในทุกๆเรื่อง ทำให้เกิดมีการพัฒนาเทคโนโลยีมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ จนทำให้ห่างธรรมชาติออกมาเรื่อยๆ การกินอยู่และการดำรงชีวิตนั้นเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้ผู้คนในยุคปัจจุบันต้องพบเจอกับความเสื่อมของสุขภาพกายในทุกๆวัย ปัญหาสุขภาพวัยทารก ทารกเป็นเด็กวัยแรกเกิดเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตแบบระยะแรก คือยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต้องการความรักความเอาใจใส่เป็นอย่างมาก ปัญหาในวัยทารกมีดังนี้ 1.การตายปริกำเนิด คือการที่ทารกตายตั้งแต่อยู่ในท้อง 22 สัปดาห์ จนถึงหลัง 7 วันหลังคลอด 2.ภาวะขาดโภชนาการ คือ โรคขาดสารอาหาร ปัญหาสุขภาพวัยเรียน – วัยเด็ก วัยนี้คือเด็กอายุตั้งแต่ 6 – 19 ปี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ในระดับประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษา ในวัยนี้จะไปโรงเรียนซึ่งมีนักเรียนมาจากทั่วสารทิศ แตกต่างทั้งเรื่องการกิน การเลี้ยงดูและพฤติกรรมเรื่องอนามัยที่แตกต่างกันออกไป โรคที่พบในวัยนี้มีโดยทั่วไปและพบอยู่ตลอดเวลาแบ่งประเภทได้ดังนี้ 1.ภาวะการเจริญเติบโตของร่างกายบกพร่อง

ลดน้ำหนัก ต้องไม่เครียด

ในสังคมทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่หรือแม้กระทั่งเราเองจะต้องเจอกับความเครียด แต่อาจจะเจอปัญหาที่แตกต่างกันออกไป เช่น จากงาน จากคนรัก ลูก เพื่อน ค่าใช้จ่าย และสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเรา การที่เราเครียดไม่ว่ามากหรือน้อยปัญหาด้านสุขภาพย่อมตามมาแน่นอน หากความเครียดมาเยือนเราเมื่อไรผลเสียจะตามมาแน่นอนโดยเฉพาะผู้ที่อยากลดน้ำหนัก และบางคนนั้นน้ำหนักตัวขึ้นเพราะความเครียด เพราะเมื่อเวลาที่เราเกิดความเครียดนั้นเราจะเกิดอาการอยากกินอาหารมากขึ้น ความเครียดนั้นจะทำให้ฮอร์โมนเราผิดปรกติไปทำให้การควบคุมการกินได้ยาก โดยจะทำให้เราอยากกินอาหารหวานๆมันๆมากขึ้น เพราะเมื่อเราเครียดร่างกายจะหลั่งสารที่เรียกว่า คอร์ติซอล ซึ่งจะกระตุ้นให้เราอยากอาหารและรับประทานอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารประเภทหวานๆและมัน ทำให้น้ำหนักตัวเราเพิ่มมากขึ้น และสำหรับผู้ที่ลดน้ำหนักบางคนนั้นสงสัยว่าทำไมน้ำหนักตัวไม่ลดสักทีทั้งๆที่ก็ลดตามแผนที่วางไว้ นั้นอาจเป็นเพราะ

5 พฤติกรรมทำลายผิวที่สาวๆไม่รู้ตัว

การมีผิวสวยใส ไม่มีริ้วรอยก่อนวัยเชื่อว่าเป็นสิ่งปรารถนาที่สาวๆทุกคนนั้นต้องการ ผู้หญิงทุกคนนั้นล้วนแล้วแต่เป็นห่วงเป็นใยเรื่องความสวยความงามกันทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณและใบหน้าดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีใครยอมใคร ผิวสวยๆนั้นถือว่าเป็นเครื่องประดับที่จะทำให้สาวๆนั้นดูดี ดูเด่น จึงไม่แปลกเลยที่ผู้หญิงจะสรรหาวิธีต่างๆเพื่อมาดูแลผิวของตัวเองให้มีผิวสวยสุขภาพดี แต่สาวๆบางคนนั้นมีพฤติกรรมที่ทำร้ายผิวของตัวเองโดยที่ไม่รู้ตัวเพราะไม่ว่าจะบำรุงผิวด้วยวิธีไหนก็ไม่เห็นขาวใสเหมือนคนอื่นสักที เพราะมองข้ามพฤติกรรมบางอย่างที่ทำร้ายผิวของตัวเองแบบไม่รู้ตัว 1.ไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน สาวๆคนไหนที่ทำบ่อยขอบอกให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้ด่วนเพราะผิวหน้าของเรานั้นต้องเผชิญมลภาวะต่างๆรอบตัวมาทั้งวันแล้วทำให้มีสิ่งสกปรกเกาะติดใบหน้าของเรามากมาย หากสาวๆไม่ทำความสะอาดล้างหน้าก่อนนอน ใบหน้าของเราก็จะมีเชื้อโรคและแบคทีเรียเกาะติดแพร่กระจายและฝังตัวกับผิวหน้าทำให้เกิดสิวอักเสบ 2.เคี้ยวหมากฝรั่งเป็นประจำ สาวๆรู้ไหมว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยๆนั้นจะส่งผลให้เกิดตีนกาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะบริเวณรอบปากล่าง ไม่เชื่อลองสังเกตเพื่อนคนไหนที่ชอบเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นประจำ 3.สลับและขัดผิวบ่อยและรุนแรง การทำแบบนี้กับผิวจะเป็นการรบกวนสุขภาพผิวและเป็นการทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว เพราะจะทำให้ผิวเกิดอาการแห้งเสียเพราะเกิดจากการขัดผิวบ่อยและขัดแรงจนเกินไป ทำให้เสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวและเกิดอาการผิวบาง 4.ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าและทานอาหารที่ไม่เหมาะสม การที่สาวๆไม่ค่อยดื่มน้ำหรือดื่มน้ำน้อยนั้นเป็นตัวการทำให้ผิวของเราแห้งและมีริ้วรอยก่อนวัยอันควรอีกด้วย การทานอาหารที่ไม่เหมาะสมก็เป็นการทำร้ายผิวของเราเหมือนกันเช่นอาหารขยะที่อุดมไปด้วยแป้ง ไขมันน้ำตาลสูง ยิ่งของหวานและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่ตัวดีเลย อาหารพวกนี้จะทำให้ผิวเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นมากขึ้น 5.สาวๆที่ไม่ชอบทาครีมกันแดด แสงแดดทุกวันนี้มีทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ที่ทำให้ผิวของเราหมองคล้ำและเป็นการสะสมมะเร็งผิวหนังอีกด้วย ก่อนออกจากบ้านไม่ว่าแดดนั้นจะแรงไม่แรง สาวๆทุกวัยควรทาบำรุงครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวหน้าและผิวกาย สาวๆคนไหนที่มีพฤติกรรมตามที่กล่าวมาข้างต้นควรหยุดและหันมาบำรุงสุขภาพผิวของเราให้ถูกวิธี เพราะกว่าผิวของเรานั้นจะมีสุขภาพดีมันต้องใช้เวลาพอสมควร สาวๆที่เผลอทำร้ายผิวตัวเองโดยที่ไม่รู้ตัวควรค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองจากผิวเสียมาเป็นสาวผิวสวยสุขภาพดีกันค่ะ  

ออกกำลังกายกลางแจ้งมีประโยชน์กว่าที่คิด

การออกกำลังกายไม่ว่าจะออกด้วยวิธีไหน และสถานที่ไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์กับตัวเราเองทั้งนั้น แต่ในปัจจุบันนี้ผู้คนนิยมไปออกกำลังกายในฟิตเน็ต เพราะด้วยความสะดวกสบายและมีเครื่องเล่นมากมายให้เลือก จึงทำให้ใครหลายๆคนนั้นมองข้ามการออกกำลังกายกลางแจ้งไป แต่หารู้ไม่ว่าการออกกำลังกายกลางแจ้งนั้นมีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว 1.ทำให้เผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น การที่เราออกกำลังกายกลางแจ้งจะทำให้เราได้เผาผลาญแคลอรี่ได้เร็วขึ้น อีกทั้งร่างกายของเรายังได้เพลิดเพลินกับการออกกำลังกายกลางแจ้งอีกด้วย หากว่าต้องการเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้นก็ลองออกมาวิ่งนอกบ้านกันค่ะ รับรองว่าได้ผลดีกว่ากันเยอะ 2.เป็นการเพิ่มวิตามินดีในร่างกาย การออกกำลังกายกลางแจ้งจะช่วยให้เราได้รับวิตามินดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อหัวใจ กระดูก และระบบภูมิคุ้มกัน แถมยังช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ 3.ระบบประสาทดีขึ้น การออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นการกระตุ้นระบบประสาทในร่างกาย เพราะการที่เราเคลื่อนไหวจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่น ความแข็งแรงของร่างกาย อีกทั้งยังเป็นการปรับสมดุลภายในระบบประสาท ทำให้การตอบสนองต่างๆดีขึ้น 4.เสริมสร้างสมาธิ สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีสมาธิ การออกกำลังกายกลางแจ้งจะช่วยแก้ปัญหานี้ให้กับคุณได้ โดยจะไปช่วยเสริมสร้างสมาธิให้ดีขึ้น ทำให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น 5.ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น การออกกำลังกายกลางแจ้งจะทำให้เกิดความเพลิดเพลินสนุกสนาน นั่นจึงทำให้อารมณ์ของเราดีขึ้น หากออกกำลังกายกลางแจ้งประจำ ก็จะช่วยทำให้ความแปรปรวนทางด้านอารมณ์ของเราลดลง ช่วยให้อารมณ์คงที่

สุขภาพดีสวยภายในสู่ภายนอก

สุขภาพดี เชื่อว่าทุกคนบนโลกใบนี้ต่างก็ปรารถนาให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดีแข็งแรงทั้งภายในและภายนอก แต่เรื่องแบบนี้เราจะต้องเป็นผู้ดูแลตัวเองเพราะสุขภาพซื้อ-ขาย กันไม่ได้ อยากมีสุขภาพแข็งแรงดูดีก็ต้องรู้จักดูแลตัวเอง หันมาสนใจกับชีวิตของเราเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การจะมีสุขภาพดีที่แท้จริงจะต้องสวยทั้งภายในและภายนอก การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องอาหารเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกเลยในการดูแลสุขภาพ ในหนึ่งวันเราควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และควรเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หลักสำคัญที่จะสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก ทั้งผิวที่เปล่งประกายมีออร่าหน้าตาสดชื่น ควรดูแลตัวเองดังนี้ 1.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ด การกินอาหารที่ดีมีประโยชน์นับว่าเป็นข้อสำคัญข้อแรกในการดูแลสุขภาพของเราเอง เพราะการได้รับอาหารที่มีประโยชน์จะทำให้ร่างกายและผิวของเราแข็งแรง เน้นอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ดเพราะนอกจากไขมันจะสูงแล้ว และยังมีเกลือเยอะ เมื่อกินเข้าไปจะสะสมทำให้สุขภาพเราทรุดโทรม 2.ควรดื่มน้ำเปล่าและกินผลไม้ การดื่มน้ำเป็นสุดยอดของอาหารผิวที่จะช่วยคืนความเต่งตึงและอ่อนเยาว์ให้ผิวเราได้และยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ผิวหนังได้ดีจากภายใน แถมยังช่วยขับของเสียในร่างกายของเราให้ออกมาทางเหงื่อและปัสสาวะ ส่วนผลไม้นั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสารต้านอนุมูลอิสระ 3.ออกกำลังกาย การออกกำลังลังกายไม่ว่าจะประเภทไหนก็ล้วนแล้วแต่ทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงและดีต่อผิวของเราทั้งนั้น การออกกำลังกายจะช่วยขับของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อ และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้สูบฉีดไปทั่วร่างกายทำให้อวัยวะต่างๆทำงานได้ดียิ่งขึ้นและทำให้ผิวเปล่งปลั่ง 4.งดแอลกอฮอลล์ – งดสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ จะทำให้ร่างกายของเราทรุดโทรมเสียสุขภาพกายและสุขภาพผิว

อาหารช่วยบำรุงสายตา

ดวงตา ถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เพราะเป็นอวัยวะที่ใช้สื่อความหมายและใช้มองสิ่งรอบข้างรอบๆตัว เพราะในชีวิตประจำวันของเรานั้นมีการใช้สายตาที่หนักเกินไป อาจจะเป็นการนั่งจ้องหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน จ้องหน้าจอมือถือหรือดูทีวีเป็นเวลานาน กิจวัตรเหล่านี้จะทำให้สายตาของเราเหนื่อยล้าอาจจะทำให้ตาพร่ามัว ปวดตา ในเมื่อดวงตาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราจึงต้องรู้จักการใช้ดวงตาอย่างถนุถนอมและต้องบำรุงดวงตาของเราให้อยู่ได้นาน ด้วยการกินอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา อาหารที่ช่วยบำรุงสายตา 1.พริกหยวก อุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามินซี ซึ่งวิตามินเอนั้นจะช่วยบำรุงสายตา และวิตามินซีช่วยป้องกันต้อกระจก และในพริกหยวกยังมีวิตามินบี 6 ลูทีน ซีแซนทีน เบต้าแคโรทีน และไลโคปีน ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์กับดวงตาของเรา 2.แครอท อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ และลูทีน ที่ล้วนแล้วแต่ดูแลดวงตาทั้งสิ้น ช่วยบำรุงให้กระจกตาใส ป้องกันการเกิดโรคตาบอดตอนกลางคืนได้ เสริมสร้างการทำงานของจอประสาทตา 3.ตำลึง มีคุณค่าทางอาหารสูง มีสารอาหารเบต้าแคโรทีนที่ดีที่สุด ทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา ป้องกันการเกิดต้อกระจกในดวงตา 4.ผักใบเขียว

ประโยชน์ของวิตามิน

วิตามิน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นเคยดีเพราะในสมัยนี้ไม่ใช่แค่สุขภาพร่างกายของเราเท่านั้นที่เราจะต้องคอยเอาใจใส่ ไหนจะต้องดูแลเรื่องอาหารการกิน การใช้ชีวิตประจำวัน และอีกอย่างที่เราควรให้ความสำคัญเพื่อช่วยดูแลทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพผิว คือ วิตามินอาหารเสริม วิตามินคือสารอินทรีย์ที่ร่างกายต้องการในปริมาณที่ไม่มากนักในแต่ละวันเพื่อการเจริญเติบโต และการสร้างพลังงานของทุกเซลล์ในร่างกาย เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและให้มีสุขภาพที่ดี เราจำเป็นต้องได้รับวิตามินไม่ว่าจากอาหารที่เราทานหรือวิตามินอาหารเสริม วิตามินจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือแบบละลายในน้ำได้ จะเป็นวิตามินบีและซี กับแบบที่ละลายในน้ำไม่ได้จะเป็น วิตามินเอ ดี อี เค ทีนี้เราจะดูกันว่าวิตามินมีประโยชน์อย่างไร 1.วิตามินเอ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยบำรุงสายตา สร้างภูมิต้านทานในระบบหายใจลดการอักเสบของสิวและลบเลือนจุดด่างดำ 2.วิตามินบี1 ช่วยในการทำงานของระบบประสาทหัวใจ และกล้ามเนื้อ เพิ่มการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ถ้าขาดจะเหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ปวดกล้ามเนื้อ เป็นตะคริวและเหน็บชาตามมือตามเท้า 3.วิตามินบี2 ช่วยในการเผาผลาญไขมันในกรดอมิโนทริปโตฟาน ทั้งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสีที่เรตินาของลูกตา

อาหารที่ควรทานระหว่างมีประจำเดือน

เรื่องประจำเดือนกับผู้หญิงนั้นเป็นของคู่กันและหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะจะต้องเป็นทุกเดือนเป็นการถ่ายเลือดเสียออกจากร่างกาย และในระหว่างที่ผู้หญิงเป็นประจำเดือนนี้จะไม่ค่อยสบายตัวมีอาการมากมายหลายอย่างที่ทำให้อารมณ์แปรปรวน เช่น ปวดท้อง ปวดศรีษะ ปวดหลัง อึดอัด เป็นสิว ท้องอืด ท้องเฟ้อ ในช่วงนี้จะมีอารมณ์ขี้หงุดหงิด แปรปรวน อารมณ์ขึ้นๆลง ซึ่งคนที่อยู่ใกล้อาจจะโดนเหวี่ยงวีนได้ง่าย แต่อาการเหล่านี้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และปัจจัยที่สำคัญข้อหนึ่งคือการรับประทานอาหาร ดังนั้นเราควรเลือกอาหารที่ควรรับประทานระหว่างมีประจำเดือนดังนี้ 1.น้ำ ก็คือน้ำเปล่าที่เราดื่มระหว่างวันกันนี่แหละ การดื่มน้ำถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีในเรื่องของอาการบวมน้ำ รวมถึงการเติมน้ำให้ร่างกายเพื่อชดเชยการสูญเสียเลือดในช่วงที่มีประจำเดือน ดังนั้นควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 6 – 8 แก้วต่อวัน 2.ผัก ผลไม้เส้นใยสูง ผลไม้ที่อยากแนะนำให้ทานในช่วงที่มีประจำเดือนคือ แอปเปิ้ล องุ่น กล้วย ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ในผลไม้พวกนี้จะมีวิตามินซีและน้ำตาลจากธรรมชาติ มีผลทำให้เราผ่อนคลาย อารมณ์ดีไม่หงุดหงิดง่ายอีกทั้งลดอาการปวดเกร็งตามร่างกาย

สุดยอดอาหารบำรุงหัวใจ

สุขภาพแข็งแรงเป็นสิ่งที่ทุกคนนั้นปรารภนา การที่เราจะมีสุขภาพที่แข็งแรง เราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การกินอาหารที่มีประโยชน์ ในร่างกายของเรานั้นมีสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือ หัวใจ ซึ่งเราจะต้องดูแลและถนอมหัวใจของเราให้แข็งแรง เพราะถ้าหากว่าหัวใจของเรานั้นทำงานบกพร่อง อวัยวะอื่นๆในร่างกายของเราก็จะลดประสิทธิภาพตามลงไปด้วย และหากว่าหัวใจของเราหยุดเต้นแล้วนั่นหมายถึงความตาย ดังนั้น การเอาใจใส่ดูแลจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด และวิธีที่ดูแลมีมากมายหลายวิธี แต่เราจะมาแนะนำวิธีดูแลด้วยการกินอาหารบำรุงหัวใจ 1.แอปเปิ้ล เป็นอันดับสองของผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด(รองมาจากแครนเบอร์รี่) การกินแอปเปิ้ลวันละ 1 ลูกจะช่วยให้เราห่างไกลโรงพยาบาล โดยสารต้านอนุมูลอิสระชื่อ Quercetin ที่อยู่ในแอปเปิ้ลจะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและภาวะหลอดเลือดแข็งตัว 2.บลูเบอร์รี่ ผลไม้ชนิดนี้เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งให้การป้องกันในระดับเซลล์เลยทีเดียว นอกจากจะช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ดีเพิ่มขึ้นอีก และยังช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันอุดตันในหลอดเลือดหัวใจอีกทั้งยังช่วยควบคุมความดันโลหิตให้ปกติ 3.ดาร์กช็อกโกแลต มีสารที่ช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือดแดง จึงช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจวายและเส้นเลือดในสมองแตก และช่วยลดความดันโลหิตอีกด้วย 4.องุ่น มีสารอาหารปกป้องหัวใจมากมาย มีทั้งวิตามินซี บี6 โพแทสเซียม และฟลาวานอยด์ สารอาหารเหล่านี้จะช่วยลดความดันโลหิตให้เป็นปกติ